มรดกวัฒนธรรมและการท่องเทียว

        จังหวัดสกลนครเป็นดินแดนที่มีความรุ่งเรืองต่อกันมาหลายยุคสมัย  ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

เทือกเขาภูพานที่มีเนื้อที่กว่า 436,000 ไร่ อันอุดมสมบูรณ์ยิ่งนี้ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ลำน้ำพุง ลำน้ำอูน ลำน้ำก่ำ เป็นต้น

ลำน้ำเหล่านี้เป็นบ่อเกิดแห่งอารยธรรม   และวัฒนธรรมอันดีงามแห่งชาวสกลนคร  โดยเฉพาะในบวรพระพุทธศาสนา

จึงเป็นเหตุให้ดินแดนแห่งนี้  เป็นที่นิยมของพระภิกษุสายอรัญวาสี ได้มาบำเพ็ญธรรมอย่างเคร่งครัด  จนเกิดพระเถราจารย์หลายองค์

อันได้แก่

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่ฝั้น  อาจาโร

หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

และพระอาจารย์วัน  อุตตโม  เป็นต้น

จากทรัพยากรธรรมชาติ  และปูชนียบุคคลอันล้ำค่าดังกล่าว  จึงเป็นมรดกที่ดีงามของชาวสกลนคร

เป็นเหตุให้มีผู้มาเยือนได้ยลของดีเมืองสกลนครตลอดเวลา ซึ่งประมวลได้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  ดังต่อไปนี้

 

ไปไว้พระธาตุ 

        เริ่มต้นในตอนเช้าด้วยการเดินทางไปนมัสการพระธาตุเชิงชุม  ภายในองค์พระธาตุทรงสีเหลียมศิลปะล้านช้าง   มีองค์สถูปขอมอยู่ภายใน

ตามตำนานเป็นการสร้างครอบรอยพระบาทสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 4 พระองค์

จากนั้นออกเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข223 สายสกล-นาแก  ประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือ

เข้าบ้านดอนม่วงคำเดินทางต่อไปอีก 7 กิดลเมตรก็จะถึงทางแยกซ้ายมือ  เลี้ยวเข้าบ้านดอนยางเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร

จะถึงบ้านท่าวัดภายในวัดกลางศรีเชียงใหม่  มีพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุและศิลาจารึกดวงเมือง ภายในวัดมีเสมาหินทวารวดี

เมื่อชมเสร็จเดินทางย้อนออกมาที่ทางหลวงหมายเลข 223 อีกครั้งหนึ่ง เดินทางต่อไปอีก 8 กิโลเมตร

ก็จะถึงทางแยกเข้าวัดกุดผไทเพื่อนมัสการพระธาตุพนม รับประทานอาหารกลางวัน และชมวิถีชีวิตริมฝั่งโขงที่อำเภอธาตุพนม

จากนั้นเดินทางกลับ ถึงอำเภอโคกศรีสุพรรณ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดดอยธรรมเจดีย์ 7 กิโลเมตร

เพื่อนมัสการและฟังธรรมจากพระอาจารย์แบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์  แล้วเดินทางเข้าเมืองสกลนคร

 

ชมแหล่งหัตถกรรม-อุตสาหกรรม

        ชมพิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดที่สถานีประมงน้ำจืดริมหนองหาร  และชมสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

แล้วเดินทางออกไปตามเส้นทางสกลนคร-นาแก ทางหลวงหมายเลข 223 ชมการตีโลหะที่บ้านายอ

เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 223 อีกประมาณ 5 กิดลเมตร ก็จะถึงบ้านโพนยางคำ  เพื่อชมกิจกรรมโคเนื้อ  โคขุน ไทย-ฝรั่งเศส

ที่สหกรณ์บ้านโพนยางคำออกจากบ้านโพนยางคำ ประมาณ 11 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงป้ายชื่อวัดกุดผไท  เข้าบ้านกุดแข้ บ้านเหล่าละโมง

เพื่อชมหัตถกรรมพื้นบ้านการสานเข่งผลไม้   แล้วเดินทางกลับมาที่ทางหลวงหมายเลข 223 อีก

ย้อนกลับมาทางจังหวัดสกลนคร ถึงทางหลวงหมายเลข 2258  เลี้ยวซ้ายไปอำเภอเต่างอยระยะทาง 21 กิโลเมตร

เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 เดินทางไปอุทยานแห่งชาติห้วยหวด  แล้วชมอ่างเก็บน้ำห้วยหวด  เพื่อชมดอกไม้ตามโขดหิน

และสภาพหินสลักก่อนประวัติศาสตร์และชมดอกไม้นานาชนิดหน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติห้วยหวด

เดินทางออกไปชมการผลิตน้ำมะเขือเทศกระป๋อง  ผลไม้อบแห้ง  และข้าวโพดอ่อนกระป๋องที่โรงงานหลวงสำเร็จรูปที่ 1

และเดินทางกลับบนทางหลวงหมายเลข 2339 ประมาณ 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าวัดเชิงดอยเทพรัตน์

เพื่อชมพระพุทธไสยาสน์สลักหินทรายสมัยทวารวดี  และพระพุทธรูปดินดิบ  จากนั้นเดินทางกลับสกลนคร

 

เส้นทางอนุรักษ์ธรรมชาติ

        ออกจากจังหวัดสกลนคร  ตามถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์  ประมาณ 13 กิโลเมตร  แวะเข้าชมพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

และให้อาหารช้างสำคัญ  ออกจากพระตำหนักฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าชมน้ำตกคำหอม  และชมน้ำตกอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน

เดินทางต่อไปอีก 6 กิโลเมตร บนถนนเส้นทางเดียวกัน บนถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์  ช่วงที่เป็นที่ตั้งน้ำตกคำหอมนี้ เรียกว่า "โค้งปิ้งงู"

เพราะถนนมีลักษณะที่คดเคียวไปมา มีสวนสาธารณะที่จัดไว้อย่างสวยงามจะหยุดชมพักผ่อนที่นี่ก่อน  หรือจะใช้วิธีขับรถชมสองข้างทางก็ได้

จนถึงปากทางเข้าถ้ำเสรีไทยทางขวามือ ซึ่งต้องเข้าไปอีก 2.5 กิโลเมตร ควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือการเดินเท้า

เพราะเป็นทางในป่าที่ขรุขระมาก  กลับไปยังทางหลวงสายเดิมอีกประมาณ 5 กิโลเมตร  แวะเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูพาน

เพื่อชมพันธุ์ไม้นานาชนิด   ชมทัศนียภาพผืนป่าจากผานาเมินออกจากอุทยานแห่งชาติ

เดินทางต่อไปบนทางหลวงสกลนคร-กาฬสินธุ์เส้นเดิมอีกประมาณ 3 กิโลเมตร พบกับทางเข้าน้ำตกห้วยใหญ่ทางซ้ายมือ

หลังจากดื่มด่ำกับความเย็นของสายน้ำแล้ว  ออกเดินทางต่อไปอีก 3 กิโลเมตร

เลี้ยวซ้ายเข้าชมแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ภาพสลักหินที่ถ้ำภูผายนต์   ต้องเดินทางแยกเข้าไป  20 กิโลเมตร

และขึ้นบันไดอีกประมาณ  100 ขั้น   แล้วจึงเดินทางกลับสกลนคร

 

เส้นทางชมพิพิธภัณฑ์พระเถราจารย์

        เริ่มด้วยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต     และหลวงปู่หลุย  จันทสาโร  ที่วัดป่าสุทธาวาส

ใกล้ๆ กับศาลากลางจังหวัดสกลนคร  แวะเข้าชมพระธาตุนารายณ์เจงเวงบนถนนสายสกล-อุดรธานี ใกล้สถาบันราชภัฎ 

ออกเดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 22 ประมาณ 10.5 กิโลเมตร ถึงทางแยก  เลี้ยวซ้ายเดินทางต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร 

แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งหนึ่ง เดินทางไป 11 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดถ้ำขาม   เข้านมัสการเทสกเจดีย์  เทสรังสีอนุสรณ์ และชมพิพิธภัณฑ์

ขากลับออกมาแวะชมพระธาตุภูเพ็ก  ขึ้นบันไดประมาณ 500 ขั้น หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว  เดินทางต่อตามเส้นทางเดิม 

แวะนมัสการ  และชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร  ที่อำเภอพรรณานิคม  และเดินทางต่อไปที่อำเภอส่องดาว  

เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร  แวะนมัสการและชมพิพิธภัณฑ์   พระอาจารย์วันอุตตโม   จากนั้นเดินทางกลับสกลนคร

 

เส้นทางบุกป่าชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

        ออกจากสกลนครไปตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี  หรือทางหลวงหมายเลข 22 ประมาณ 30 กิโลเมตร

จะพบป้ายบอกทางเข้าเขื่อนน้ำอูนอยู่ทางซ้ายมือ  ออกจากเขื่อนแล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอพังโคน  เมื่อถึงแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสาย 277

ไปทางอำเภอวาริชภูมิ และตามเส้นทางวังสามหมอ  เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางบ้านตะคาม  เดินป่าเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร

ชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์  แล้วออกมาสู่ถนนหมายเลข 22 เดินทางต่อไปที่อำเภอสว่างแดนดิน  เลี้ยวเข้าสู่ถนน 2280 

เดินทางไปชมศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขาม  ชมและชื้อผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ อันลือชื่อ

 

เส้นทางชื้อของฝาก

        ออกจากสกลนครไปตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี     ทางหลวงหมายเลข 22

จะพบป้ายบอกทางไปวัดคำประมงเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน 2355 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งประมาณ 5 กิโลเมตร

ก็จะมาถึงวัด  วัดนี้มีอ่างเก็บน้ำที่มีปลามากมายและสวนหย่อมที่สวยงาม  และนมัสการรูปและแผ่นภาพพระเถราจารย์ชื่อดังต่างๆ

ออกมากลับสู่เส้นทางหมายเลข 2355 อีกครั้งหนึ่ง  เดินทางต่อไปอีก 8 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าอำเภอนาหว้า 

เพื่อชมการทำแคน เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่บ้านท่าเรือ  เมื่อชมและชื้อของที่ระลึกแล้ว  กลับออกมาเส้นทางเดิม 

เดินทางสู่อำเภออากาศอำนวยเลยอำเภออากาศอำนวยออกไป ประมาณ 10 กิโลเมตร เลือกชมและชื้อผ้าทอมือจากบ้านวาน้อย  บ้านวาใหญ่ 

แล้วย้อนกลับมาที่สกลนครอีกครั้งหนึ่ง  แล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอศรีสงคราม  ตามเส้นทาง 2177 ประมาณ  30 กิโลเมตร

เพื่อชมตลาดปลานานาชนิด  กลับออกมาตามเส้นทางศรีสงคราม-ท่าแร่  เส้นทางหมายเลข 2132 ประมาณ 40 กิโลเมตร 

จะตัดกับถนนหมายเลข 22 ตรงบ้านท่าแร่  เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร  จะพบทางแยกเลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอโพนนาแก้ว 

ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร  เดินทางต่อไปอีก 6 กิโลเมตร   เลี้ยวซ้ายตรงหมู่บ้านอ้อมแก้ว ทางไปโรงเรียนโพนพิทยาคม 

ตรงเข้าไปประมาณ 16 กิโลเมตร จะพบบ้านวังปลาเซือม  ตำบลบ้านโพน   เป็นบ้านที่ทอผ้ามุขได้สวยงามมาก 

และอย่าลืมแวะชมบ้านเก่าสถาปัตยกรรมตะวันตกที่บ้านท่าแร่ก่อนกลับสกลนคร

 

**************************