[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by Programmer - Thailand.


 
  • ประวัติความเป็นมา
  • แหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด
  • สภาพทั่วไป พื้นที่ อาณาเขต
  • ประเพณี วัฒนธรรม
  • แผนที่จังหวัดสกลนคร
  •  
  • ผู้บริหาร
  • โครงสร้างบริหารจังหวัดสกลนคร
  • ทำเนียบผู้บริหาร
  • นัดงานผู้บริหาร
  • บัญชีรายชื่อหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอ
  • แสดงเจตจำนงสุจริต เสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการบริหารงานของจังหวัดสกลนคร
  • โครงการเทิดทูนสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อสร้างความสมานฉันท์
  • แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดสกลนคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561
  •  
  • โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • แผนพัฒนาจังหวัด 4 ปี
  • นโยบาย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (พ.ศ. 2561-2565) และหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจัง
  • คำรับรองการปฏิบัติราชการ
  • การจัดการองค์ความรู้ (KM)
  • แผนพัฒนาจังหวัดสกลนคร 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ฉบับทบทวน ปีงบประมาณ พ.ศ.2562
  • การลดระยะเวลาการปฏิบัติราชการ
  • การประกาศหลักเกณฑ์วิธีการประเมิน ประจำปี
  • แต่งตั้ง อ.ก.พ. จังหวัดสกลนคร
  •  
  • ศูนย์ข้อมูลกลางจังหวัด
  • สื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและสื่อประชาสัมพันธ์การปฏิรูปประเทศ
  • แผนปฏิบัติการดิจิทัลจังหวัดสกลนคร(พ.ศ.2561 - 2564)
  • แผนพัฒนาจังหวัดสกลนคร (พ.ศ.2561-2564)
  • หลักเกณฑ์ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ และอัตราร้อยละของฐานในการคำนวณ เพื่อใช้ในการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดราชการส่วนภูมิภาค
  • แนวปฏิบัติในการจัดทำคำมั่นเพื่อพัฒนาปรับปรุงตนเอง กรณีข้าราชการมีผลการปฏิบัติราชการอยู่ในระดับต้องปรับปรุง.pdf
  • กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. 2560
  • โครงการสัมมนาเครือข่ายเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานสำคัญของรัฐบาล
  • การจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • หนังสือเวียน/เอกสารดาวน์โหลด
  • การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์
  • แบบรายงานทรัพย์สินกลุ่มจังหวัดฯ
  • ระบบ GIS
  • ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ จังหวัดสกลนคร
  • แบบรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • สรุปทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ITA
  • งบทดลองจังหวัดสกลนคร (G113)
  • เงินทดลองราชการ (1502)
  • สาระน่ารู้ทั่วไป
    พระยาประจันตประเทศธานี

    พุธ ที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ.2558


     พระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร) ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุน เอกศก จ.ศ.๑๒๐๑ ตรงกับวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๓๘๒ เป็นบุตรราชวงศ์อิน(หรืออินทร์)เมืองสกลนคร บ้านเดิมอยู่ตำบลเชิงชุม ในจังหวัดสกลนคร ได้ศึกษาอักขระสมัยตามประเพณีบ้านเมืองในสมัยโน้น รู้หนังสือไทยและรู้หนังสือลาวโดยสมควร

    ประวัติการเข้ารับราชการ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ อายุ ๑๙ ปี ได้เข้ารับราชการรับหมายตั้งเป็นท้าวสุริยภักดี ตำแหน่งนายกอง พ.ศ. ๒๔๑๕ ได้รับ พระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระศรีสกุลวงศ์ ผู้ช่วยราชการเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๔๒๐ ได้รับ พระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระยาประจันตประเทศธานี ศรีสกลานุรักษ์ อรรคเดโชชัยอภัยพิริยากรมพาหุ ผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก ซึ่งราชทินนามคำว่า “ ประจันต-ประเทศธานี ” มีความหมายหรือแปลว่า “ ผู้เป็นใหญ่ในชายแดน ” พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์โท รับพระราชทานนามสกุล “พรหมสาขา” (จากราชกิจจานุเบกษา ๒๕ เมษายน ๒๔๕๗ ) ต่อมาได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ “ ณ สกลนคร” ต่อท้ายนามสกุล

    ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์โท เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ส่วนเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ก็ได้รับพระราชทานมาโดยลำดับได้รับพระราชทานถึงสูงที่สุด คือ ช้างเผือก ชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์และมงกุฎชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ กับเหรียญปราบฮ่อ และเหรียญที่ ระลึกในงานพระราชพิธีต่าง ๆ ตามบรรดาศักดิ์อีกหลายอย่าง

    จังหวัดสกลนครนี้แต่โบราณเรียกหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเหมือนกับหัวเมืองทั้งปวง ซึ่งจัดเป็นมณฑลอุบล อุดร และร้อยเอ็ดในปัจจุบันนี้ เดิมขึ้นกรุงศรีอยุธยาบ้าง ขึ้นกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทร์)บ้าง เมื่อพวกเวียงจันทน์เป็นขบถในรัชกาล ที่ ๓ กองทัพกรุงเทพฯ ตีได้หัวเมืองเวียงจันทน์และหัวเมืองขึ้นทั้งปวงจึงจัดหัวเมืองลาวทางตะวันออกที่เป็นเมืองใหญ่ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ แต่นั้นมาพระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) ได้รับราชการมีตำแหน่งในเมืองสกลนคร แต่ยังปกครองเป็นอย่างหัวเมืองลาว คือ ตำแหน่งกรมการ มีเจ้าเมือง อุปฮาดราชวงศ์ ราชบุตร เป็นต้น เหมือนอย่างเมืองประเทศราชแต่มิได้มียศเป็นเจ้า เป็นผู้ซึ่งปรากฏชื่อเสียงว่าเป็นคนฉลาด และซื่อตรง จงรักภักดีในราชการกรุงเทพมหานคร

    นอกจากการบริหาร ปกครอง และพัฒนาจังหวัดสกลนครให้เจริญรุ่งเรืองตามลำดับแล้ว ยังได้ปฏิบัติราชการพิเศษมากมายหลายครั้ง เช่น ในการคุมทัพไปปราบฮ่อที่เมืองเวียงจันทร์ ในการคุมทัพไปปราบฮ่อที่เมืองเชียงขวาง และทุ่งไหหิน ในการจัดหาทหารและเสียงในกรณีพิพาทดินแดนกับฝรั่งเศส ร.ศ.๑๑๒ ในการตัดเส้นทางเพื่อวางสายโทรเลขระหว่างจังหวัดสกลนครและอุดรธานี ในการส่งเสบียงอาหารและกำลังคนไปยังเมืองใกล้เคียงเมื่อทางราชการต้องการ ฯลฯ

    เมื่อจัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล พระ ยาประจันตประเทศฯ ก็ได้รับราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตลอดมาจนแก่ชรา จึงได้เปลี่ยนเป็นตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาราชการ เหตุด้วยพระยาประจันตประเทศฯ เป็นผู้คุ้นเคยราชการมามากไม่มีใครเหมือน ในท้องที่สกลนครไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเจ้ากระทรวงก็ดี ข้าหลวงต่างพระองค์ก็ดี สมุหเทศาภิบาลก็ดี เมื่อจะใคร่รู้เรื่องราวกิจ การอันใด ที่ได้เคยมีมาในเมืองสกลนคร จะต้องปรึกษาพระยาประจันตฯ อยู่เป็นนิตย์จึง นับว่าเป็นผู้ได้ทำประโยชน์แก่ราชการ บ้านเมืองมาจนตลอดอายุอันยืดยาว น้อยตัวที่ จะมีเหมือน พระยาประจันตประเทศธานีเป็นผู้เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา ได้สร้างวัดไว้ถึงหกวัด ได้แก่ วัดแจ้งแสงอรุณ (ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง) วัดศรีชมพู วัดศรีโพนเมือง วัดศรีสุมังคล์ วัดยอดแก้ว(ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเทศบาล ๑) และวัดดงมะไฟ

    พระยาประจันตประเทศธานีป่วยเป็นโรค ชรา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ สิริรวมอายุได้ ๘๕ ปี รวมเวลาที่เข้ารับราชการทั้งสิ้นจำนวน ๖๖ ปี ในช่วงนี้รับราชการฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง ๕๑ ปี และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ๓๗ ปี

     
    ภาพหมู่ข้าราชการระดับสูง (ระดับผู้ว่าราชการเมืองในภาคอีสาน)
     
    หอโฮงหรือเรือนเจ้าเมือง ใช้เป็นที่ว่าราชการงานเมืองในสมัยนั้น

    ผลงาน[แก้]

    ได้เคยรับราชการหลายอย่างเป็นลำดับ

    1. เมื่อเป็นที่ท้าวสุริยภักดี ได้นำเลกไปสักแขนที่เมืองยโสธรครั้งหนึ่ง
    2. เมื่อเป็นพระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยได้คุมไพร่ไปเข้ากองทัพพระยามหาอำมาตย์รบฮ่อ ที่เมืองเวียงจันทน์ค่ายสี่ฐานค่ายวัดจันทน์ แตกแล้ว ได้ตามจับฮ่อถึงบ้านโพนงาม บ้านน้ำเกลี้ยง จับไต้ฮ่อ 3 คน ส่งให้แม่ทัพครั้งหนึ่ง
    3. เมื่อเป็นพระอุปฮาด ได้คุมไพร่ไปเข้ากองทัพพระยาราชวรานุกูลถึงเมืองบริคันนิคม เมื่อบิดาถึงแก่กรรม พระยาราชวรานุกูลให้กลับมารักษาบ้านเมืองแล้วได้แต่งกรมการส่งเสบียงลำเลียงกองทัพ พระยาราชวรานุกูลให้กลับมารักษาบ้านเมืองแล้วได้แต่งกรมการส่เสบียงลำเลียงกองทัพ พระยาราชวรนุกูล ครั้งหนึ่งและได้จัดท้าวเพี้ยพร้อมกับจมื่นมณเฑียรพิทักษ์ข้าหลวง ไปตั้ง ประตูด่านทางแขวงเมืองภูวดลสอางครั้งหนึ่งและได้ส่งลำเลียงกองทัพพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เมื่อครั้งรบฮ่อที่ทุ่งเชียงคำครั้งหนึ่ง
    4. เมื่อเป็นพระยาประจันตประเทศธานี ได้จัดเอากระบือ 21 ตัว ส่งขึ้นไปให้พระยาศรีสุริวงศ์ข้าหลวงเมืองเชียงขวาง จ่ายให้พวกทำนาครั้งหนึ่ง ได้จัดกรมการท้าวเพี้ยพร้อมกับหลวงณรงค์โยธาข้าหลวง ขึ้นไปปักหลักด่าน ทางเมืองวังคำ และตามไปส่งถึงเมืองนครพนม ครั้งหนึ่ง และได้จัดกรมการพร้อมกับหลวงมลโยธานุโยคข้าหลวง ขึ้นไปประจำรักษาด่านอยู่เมืองวังคำ และตามไปส่งถึงเมืองนครพนมด้วย กับได้ส่งลำเลียงมลโยธาฯ3 ครั้ง ได้จัดท้าวเพี้ยและพาหนะส่งหม่อมหลวงชื่น ข้าหลวงกองแผนที่ลงเรือ ไปทางน้ำก่ำครั้ง 1 ได้จัดท้าวเพี้ยส่งมองสิเออคอมิแซ มองสิเออแกว ฝรั่งเศสข้าหลวงกองแผนที่ไปเมืองกาฬสินธุ์ ทางไปธาตุพนม ทางหนึ่งไปจัดท้าวเพี้ยส่งพาหนะหม่อมราชวงศ์ชิดหม่อมราชวงศ์ชื่น ไปเมืองหนองหานครั้งหนึ่ง
    5. เมื่อพุทธศักราช 2436 เกิดทัพในระหว่างฟากโขงฝั่งซ้าย ได้จัดให้อุปฮาดเป็นพนักงานเร่งเกวียน โคต่าง ไปส่งกองทัพที่เมืองนครพนมให้ราชวงศ์ เป็นพนักงานเร่งเรือบรรทุกลำเลียงไปส่งกองทัพที่ เมืองมุกดาหาร เมืองเขมราฐ ให้ราชบุตรเป็นพนักงาน เร่งกำลังและทำลูกกระสุนดินดำ สำรวจปืนอาวุธ มารวมให้พระวิชิตพลหาญผู้ช่วยพระห้าวหาญ พระจันทวงศ์เทพ ท้าวสุริยวงศ์ ไปเข้า กองทัพและให้ราชบุตรเป็นพนักงานทำบัญชีซื้อ ข้าวของราษฎร มารวมขึ้นฉางไว้สำหรับส่งกองทัพ และให้พระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยพระขัตติยะ พระวรสาร พระศรีวราช เป็นพนักงานออกไปสำรวจข้าว เมืองขึ้นฉางไว้สำหรับราชการ ครั้นเสด็จราชการ ทัพแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ตัดทางสายโทรเลข ปลูกพลับพลาไว้ที่เมืองสกลนคร ได้ให้ราชบุตร พระวิชิต พลหาญ ผู้ช่วยเป็นผู้คุมไพร่ปลูก ให้พระขัตติยะเป็นพนักงานคุมไพร่ตัดทางสายโทรเลข แต่เมืองสกลนครถึงเมืองพรรณาให้พระวรสารเป็นพนักงานตัดทางสายโทรเลขเมืองพรรณาถึงบ้านพันนา ให้พระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยคุมไร่ตัดทางสายโทรเลขแต่บ้านพันนาถึงเมืองหนองหาน
    6. เมื่อพุทธศักราช 2424 ได้นำสิ่งของต่าง ๆ ลงไปสมโภชพระนครที่กรุงเทพฯครั้งหนึ่ง
    7. เมื่อพุทธศักราช 2440 ได้ลงไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 5 เมื่อเสด็จกลับจากประพาสประเทศยุโรป ครั้งแรก

    เมื่อจัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล พระยาประจันตประเทศฯ ก็ได้รับราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตลอดมาจนแก่ชราจึงได้เปลี่ยนเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาราชการ เหตุด้วยพระ ยาประจันตประเทศฯ เป็นผู้คุ้นเคยราชการมามากไม่มีใครเหมือนในท้องที่สกลนคร จะเป็นเสนาบดีเจ้ากระทรวงก็ดี ข้าหลวงต่างพระองค์ก็ดี สมุหเทศาภิบาลก็ดี เมื่อจะใคร่รู้เรื่องราวกิจการอันใด ที่ได้เคยมีมาในเมืองสกลนคร จะต้องปรึกษาพระยาประจันตประเทศฯ เป็นนิตย์จึง นับว่าเป็นผู้ได้ทำประโยชน์แก่ราชการ บ้าน เมืองมาจนตลอดอายุอันยืดยาว น้อยตัวที่จะมีเหมือน พระยาประจันตประเทศธานีป่วยเป็นโรค ชรา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 คำนวณอายุได้ 85 ปี

    เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]



    เข้าชม : 1169


    สาระน่ารู้ทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

         พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 21 / มิ.ย. / 2560
         เจอต้องแจ้ง 30 / ก.ย. / 2558
         แนวทางสังเกตุวัตถุหรือพฤติกรรมน่าสงสัยเพื่อป้องกันการก่อเหตุร้าย 30 / ก.ย. / 2558
         แนวทางสังเกตสิ่งบ่งชี้เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายสำหรับประชาชน 30 / ก.ย. / 2558
         พระยาประจันตประเทศธานี 30 / ก.ย. / 2558



    Search Googles ค้นหาในเว็บจังหวัดสกลนคร
     
       © จังหวัดสกลนคร  
        ชั้น ๒ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐ โทรศัพท์/โทรสาร. ๐๕๒-๗๑๑๗๖๓
        sakonnakhon provincial hall soonratchakarn road    Mueang Sakon nakhon Tell./Fax 042-711763
    เริ่มนับวันที่ ๒๓ เม.ย. ๕๖
    Free Hit Counter
    Website Hit Counter